เครื่องกรองน้ำ

เครื่องกรองน้ำ

เพราะ 2 ใน 3 ของร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบ การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเพียงจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับเทรนด์การรักสุขภาพที่มีมาอย่างต่อเนื่องทำให้นวัตกรรมอย่าง “เครื่องกรองน้ำ” ถูกคิดค้นขึ้นมา ด้วยราคา รูปแบบ และจุดขายที่หลากหลาย แล้วจะเลือกซื้อแบบไหนถึงจะดี วันนี้ คนในแวดวงอย่าง “สตีเบล เอลทรอน” มีเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อในการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำไว้ใช้ในบ้านมาฝาก

 

1. แหล่งน้ำที่นำมากรอง
น้ำในแต่ละครัวเรือนมีที่มาต่างกัน ก่อนซื้อเครื่องกรองน้ำควรพิจารณาก่อนว่าแหล่งน้ำในบ้านของเรานั้นคืออะไร น้ำประปา, น้ำบาดาล หรือน้ำฝน เพราะสารปนเปื้อนจากน้ำในแต่ละแหล่งที่มามีความแตกต่างกัน เช่น น้ำบาดาลอาจมีปริมาณสารปนเปื้อนมากกว่าน้ำประปา ดังนั้นเครื่องกรองน้ำที่ใช้จึงจำเป็นต้องมีสารกรองที่สามารถขจัดสิ่งเจือปนได้มากกว่า

2. ประเภทของเครื่องกรองน้ำ
เมื่อเปรียบเทียบจากในท้องตลาด เครื่องกรองน้ำที่เป็นที่นิยมมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ เครื่องกรองน้ำแบบ RO หรือ Reverse Osmosis, เครื่องกรองน้ำแบบ UV หรือ Ultra Violet และเครื่องกรองน้ำแบบ UF หรือ Ultra-filtration
ลักษณะการทำงานของเครื่องกรองน้ำแต่ละชนิดมีดังนี้

เครื่องกรองน้ำแบบ RO คือเครื่องกรองน้ำที่สามารถกรองสารปนเปื้อนน้ำได้มากถึง 95% โดยมีระดับการกรองอยู่ที่ 0.0001 ไมครอน จึงสามารถกรองสารปนเปื้อนได้มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็กรองแร่ธาตุออกจากน้ำดื่มเช่นกัน ในส่วนขั้นตอนการกรอง เครื่องกรองน้ำชนิดนี้จะมีการสูญเสียน้ำมากถึง 40-70% ของน้ำที่กรองได้ (หรือทุกๆ 1 แกลลอนของน้ำสะอาดที่ได้ จะมีน้ำอีก 4 แกลลอนที่เป็นน้ำทิ้ง) เครื่องกรองน้ำแบบ RO ต้องอาศัยไฟฟ้าในการทำงาน เนื่องจากต้องใช้ปั๊มน้ำเพื่อช่วยเพิ่มแรงดันน้ำให้ผ่านเนื้อเยื้อกรอง หรือที่เรียกว่า membrane นอกจากนี้ยังต้องมีแทงค์น้ำเพื่อกักเก็บน้ำที่จะนำมาใช้กรองส่งผลให้การติดตั้งโดยรวมมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากมีขั้นตอนการกรองน้ำและอุปกรณ์ที่ต้องใช้หลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบำรุงรักษาเครื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน

เครื่องกรองน้ำแบบ RO มีคุณสมบัติเด่นคือสามารถใช้กรองน้ำบาดาลได้

เครื่องกรองน้ำระบบ UV เป็นการฆ่าเชื้อโรคในน้ำโดยใช้แสงอัลตร้าไวโอเล็ตหรือแสง UV ฉายลงในน้ำโดยแบคทีเรียจะถูกฆ่าหรือหยุดการเจริญเติบโตแต่ยังคงอยู่ในน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำระบบ UV จำเป็นต้องใช้กระแสไฟในการทำงานของเครื่องและเหมาะสำหรับใช้กรองน้ำประปามากกว่าน้ำจากแหล่งอื่น

เครื่องกรองน้ำระบบ UF  เป็นการใช้เยื่อกรองที่สามารถกรองสิ่งเจือปนขนาดเล็ก 0.01 ไมครอน จึงให้ความปลอดภัยจากแบคทีเรีย และยังคงรักษาแร่ธาตุในน้ำดื่มให้คงเดิม เครื่องกรองน้ำแบบ UF มีขั้นตอนการติดตั้งที่ง่ายเนื่องจากไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องใช้ปั๊มหรือแทงค์น้ำเนื่องจากสามารถต่อกับท่อประปาและใช้แรงดันของน้ำประปาภายในบ้านโดยตรง เครื่องกรองชนิดนี้จะไม่มีน้ำทิ้งจากระบบกรอง ทั้งยังมีขั้นตอนการดูแลรักษาที่ทำได้ง่ายกว่าเครื่องกรองน้ำระบบ UV และ RO
3. วัสดุไส้กรองและสารกรอง
สารที่นำมาใช้และวัสดุไส้กรองคืออีกหนึ่งปัจจัยที่ควรคำนึงถึงเมื่อซื้อเครื่องกรองน้ำเพราะสารที่นำมาใช้ในไส้กรองแต่ละชนิดช่วยคัดกรองสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนแตกต่างกัน เช่น ไส้กรองที่ทำขึ้นจากโพลีเอธีเลน (PE) และโพลีไพลีน (PP) ช่วยแยกตะกอน โคลน ทรายและอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 – 10 ไมครอน ออกจากน้ำ, ถ่านกัมมันต์ชนิดเม็ดช่วยขจัดคลอรีนที่ตกค้าง ขจัดกลิ่นและรสชาติไม่พึงประสงค์, ขจัดเชื้อราและโลหะหนักบางส่วน, ผงคาร์บอนชนิดเม็ดช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียที่ถูกกรองทิ้งเจริญเติบโตอยู่ในเครื่องกรอง, หินซิลเวอร์ไลท์ช่วยกำจัดแบคทีเรียและช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ไส้กรอง

4. มีมาตรฐานรับรอง
หากเครื่องกรองน้ำที่คุณเลือกมีคุณสมบัติและราคาที่ใกล้เคียงกัน สิ่งที่สามารถนำมาใช้พิจารณาในการเลือกซื้ออาจเป็นตราสัญลักษณ์จากองค์กรต่างๆ ที่รองรับมาตรฐานของเครื่องกรองน้ำนั้นๆ อาทิ ตราสัญลักษณ์ของ NFS ที่รับรองผลิตภัณฑ์ อาหาร น้ำและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตรงตามมาตรฐานสากล

5. การรับประกันเครื่องกรองน้ำ และบริการหลังการขาย
เลือกเครื่องกรองน้ำที่มีการรับประกัน และมีศูนย์บริการที่สามารถติดต่อซื้อไส้กรองได้ง่าย นอกจากนี้ยังควรมองหาแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนและซ่อมแซมอะไหล่ในการใช้งานระยะยาว